กฎหมายใหม่สะเทือนผู้ปล่อยเช่า ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน

กฎหมายใหม่สะเทือนผู้ปล่อยเช่า ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน

• 20 ก.พ. 2561

กฎหมายใหม่สะเทือนผู้ปล่อยเช่า ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน

จากปัญหาที่มีประชาชนร้องเรียนว่าถูกผู้ประกอบธุรกิจหอพักเก็บค่าเช่าล่วงหน้าหลายเดือน และเก็บค่าน้ำค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าความเป็นจริง ทางภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจและต้องการให้ปัญหานี้ได้รับการดูแลให้เกิดความยุติธรรมในการใช้บริการเช่าหอพัก เพราะมีผลกระทบต่อประชาชนหลายกลุ่มทั้งนักศึกษา คนทำงาน และครอบครัวทั่วไป ล่าสุดราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศควบคุมดูแลธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยทั่วประเทศไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค โดยเตรียมประกาศใช้ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

สาระสำคัญ
ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 ของสถานที่ที่จัดให้เช่าตั้งแต่ 5 หน่วยขึ้นไป ได้แก่ ห้องพัก บ้าน อาคารชุด อพาร์ตเม้นต์ หรืออื่นๆ แต่ไม่รวมถึงหอพักตามกฎหมายหอพัก และโรงแรมตามกฎหมายโรงแรม โดยมีสาระสำคัญดังนี้

– ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งใบแจ้งหนี้ตามรายการ ได้แก่ อัตราค่าเช่าอาคาร อัตราค่าสาธารณูปโภค อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ อัตราค่าใช้จ่ายในการบริการ อาทิ ค่าสูบน้ำ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (ถ้ามี) ให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนถึงกำหนดวันชำระค่าเช่าอาคาร โดยผู้เช่ามีสิทธิตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายดังกล่าว
– เมื่อสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุด ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินประกันที่ได้รับจากผู้เช่าทันที เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะตรวจสอบความเสียหายที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ หากผู้เช่าไม่ได้ทำความเสียหาย ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันนับแต่วันที่สัญญาเช่าอาคารสิ้นสุด และได้กลับเข้าครอบครองอาคาร โดยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการนำส่งคืนเงินประกันตามวิธีการที่ผู้เช่าแจ้งให้ทราบ
– ผู้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารก่อนสิ้นสุดสัญญาเช่าอาคารได้ โดยต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบธุรกิจทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องไม่ผิดนัดหรือค้างชำระค่าเช่า และมีเหตุจำเป็นอันสมควร
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 1 เดือน 
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่าอาคาร ค่าสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายในการให้บริการ และอัตราค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก่อนสัญญาเช่าอาคารสิ้นสุดลง
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บเงินประกันเกินกว่า 1 เดือนของอัตราค่าเช่าอาคาร
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจริบเงินประกันหรือค่าเช่าล่วงหน้า
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจหรือตัวแทนเข้าตรวจสอบอาคารโดยไม่แจ้งผู้เช่าทราบล่วงหน้า
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจกำหนดอัตราค่าไฟและน้ำเกินกว่าอัตราที่ผู้ให้บริการไฟฟ้าและน้ำประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจปิดกั้นไม่ให้ผู้เช่าใช้ประโยชน์อาคาร ยึดหรือขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า ในกรณีที่ผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเรียกค่าต่อสัญญาเช่าอาคารจากผู้เช่ารายเดิม
– ห้ามผู้ประกอบธุรกิจบอกเลิกสัญญาเช่าอาคารกับผู้เช่า โดยผู้เช่าไม่ได้ผิดสัญญาหรือเงื่อนไขใด ๆ
– ห้ามกำหนดให้ผู้เช่าต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้งานตามปกติต่อทรัพย์สินอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ของอาคาร หรือจากเหตุสุดวิสัยที่ไม่ใช่ความผิดของผู้เช่า หรือจากการเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ

ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป

Rent_02

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประกาศฉบับนี้จะช่วยคุ้มครองผู้เช่าไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ แต่ในทางกลับกันอาจไม่เป็นธรรมกับฝั่งผู้ประกอบธุรกิจ ในกรณีที่ผู้เช่าหลบหนีระหว่างที่ค้างค่าเช่า หรือค่าน้ำ ค่าไฟ โดยเฉพาะห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อม หากเกิดความเสียหายค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันอย่างละ 1 เดือน ไม่เพียงพอที่จะทดแทนความเสียหายหรือรับประกันได้ว่าผู้เช่าจะไม่หลบหนี ซึ่งในอนาคตหากภาครัฐยังไม่หันมามองในจุดนี้ผู้ประกอบธุรกิจอาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เช่าในลักษณะห้องเปล่า หรือเพิ่มคนค้ำประกันในสัญญา

ดูโพสต์ต้นฉบับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Style Selector
Select the layout
Choose the theme
Preset colors
No Preset
Select the pattern
%d bloggers like this: